ออกตัวก่อนนะครับว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้มีอคติอะไรกับยี่ห้อนี้เลย จนกระทั่งเรื่องต่อไปนี้เกิดขึ้น
เริ่มจาก 6-7 ปีที่แล้ว สมัยเน็ต 256K ราคาเดือนละ 590 บาท
ผมเริ่มเข้าสู่วงการ โดยการติดเน็ตทรู ได้ Modem Huawei ตัวขาวๆมา ใช้ได้พักนึงก็ไปซื้อ WRT54GL มาเพิ่ม
ต่อมาเห็นว่า ASUS WL500g มีฟังก์ชั่นโหลดบิตได้ด้วย ก็ลงทุนไปซื้อมาตั้ง 4 พันมั้งถ้าจำไม่ผิด
พยายามใช้ official firmware ก็ปรากฏว่าไม่ได้เรื่อง โหลดไม่ค่อยจะได้เลย
ลง 3rd firmware ก็สามารถใช้ได้ดีพอสมควร แต่! เครื่อง WL500g ชอบค้างเป็นประจำ
วางใจไม่ค่อยได้ เปิดทิ้งไว้บางทีแค่คืนเดียวมันก็ค้างแล้ว ตอนเช้าตื่นมาต้องมาปิดแล้วเปิดใหม่
ก็เลยขายต่อให้เพื่อนไป เพื่อนมันอยากได้ เพราะเครื่องสวยดี
แต่เพื่อนก็มาเล่าให้ฟังว่า 3 วันดี 4 วันไข้เหมือนกัน ทั้งๆที่กลับไปลง OFW แล้วนะ
มีใช้ๆไป firmware หลุดด้วย ค่าต่างๆที่ตั้งไว้หายไปหมด
ตอนนี้เพื่อนก็ถอดเก็บไว้นานแล้ว ใช้แค่โมเด็มคู่ตัว
ผมก็คิดว่ามันคงเป็นที่เครื่องนั้นเครื่องเดียวมั้ง ไม่น่าจะเป็นกับรุ่นอื่นของยี่ห้อ ASUS
ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากศึกษาข้อมูลหา router มาทำ repeater ดูดสัญญาณ 3BB
เพื่อใช้ในบ้านแทน ADSL ที่ยกเลิกไปแล้ว (เพราะ 3BB บริการหลังการขายกากมากๆ)
โดยก่อนหน้านี้ได้ใช้ WRT54GL ตัวเดิมนั่นแหล่ะเป็นตัวดูดสัญญาณอยู่ แต่รู้สึกว่าความเร็วในวง LAN มันต่ำไปหน่อย โอนไฟล์ต่างๆได้ช้า
จึงคิดว่า ASUS RT-N12B1 จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ด้วยว่าราคาก็ไม่แพงนัก 1500 บาท ประกัน 5 ปี Digiland (ขณะที่ปัจจุบัน WRT54GL อยู่ที่ 1650 บาท)
จึงได้ไปซื้อมาจากร้าน Comp Road ที่ซีคอนสแควร์
กลับมาถึงบ้าน ก็ลอง OFW คู่ตัวก่อนเลยครับ
โหมดอื่นไม่สนใจ repeater เท่านั้น
สำหรับ OFW มีปัญหาที่พบก็คือ
1. จับสัญญาณสถานีที่ต้องการ repeat ไม่ได้เลย แม้ว่าวางอยู่ข้างๆ Notebook ที่รับสัญญาณได้ก็ตาม คือว่าภาครับของ RT-N12 ห่วยมาก
2. เมื่อไปวางเครื่องตรงตำแหน่งที่สามารถรับสัญญาณได้พอสมควร ก็พบว่ามันล๊อคคลื่นไม่ค่อยอยู่ นับถอยหลัง 3 นาทีแล้วก็ fail เสมอ
คือ ยังไม่สามารถจะเล่นเน็ตผ่าน RT-N12 โหมด repeater ใน OFW ได้เลย
ถอดใจ ลง DD-WRT ดีกว่า
จากนั้นก็ลง DD-WRT แล้วก็พบปัญหาดังนี้
1. ไฟ Wireless ไม่ติด เลยไม่รู้ว่ามันมี activity อะไรบ้าง
2. กว่าจะจับสัญญาณได้ต้องรอนานมาก หลายนาที กว่า WAN จะได้ IP แล้วก็เดี๋ยวติดเดี๋ยวหลุด
3. ถ้าสัญญาณไม่แรงจริง จะไม่จับสัญญาณเลย ขนาด notebook รับได้ 2 ขีด ตัว ASUS ยังจับสัญญาณไม่ได้เลย วางติดๆกันเลยนะ
4. จับ True wifi ได้แล้ว แต่เข้าหน้า login ไม่ได้ ขึ้น redirect
อยู่นั่นแหล่ะ ต้องไปแก้ใน DNSMasq (ขณะที่ WRT54GL ไม่ต้องแก้อะไรเลย)
5. config แล้วสั่ง reboot มักจะค้าง ต้องคอยไปถอดปลั๊กแล้วเสียบใหม่อยู่เรื่อย
สำคัญที่สุดคือ เปิดได้คืนเดียวแล้วมันก็พัง เพราะตื่นเช้ามาไปดูที่ตัวเครื่อง เฮ้ย! ไฟ LAN มันติดอยู่ช่องนึง ติดได้ไงฟะ ไม่ได้ต่อสาย LAN ไว้ซักเส้น
เลยปิด แล้วเปิดใหม่ แต่ว่ามันไม่ติดอีกเลย
แสดงผลเป็นไฟสีฟ้าเรื่อๆในทุกๆช่อง ยกเว้น Wireless ไม่ติด
ลองเปลี่ยน AC Adaptor แล้วก็ไม่หาย , Reset ก็ไม่หาย
คือ เปิดไม่ติด ไม่ทำงาน
คืนเดียวเท่านั้น พังไปแล้ว
จากนั้นโทรไปดิจิแลนด์ กดหาฝ่ายบริการ 5 เบอร์ ไม่มีคนรับซักเบอร์
เลยกดหาเบอร์ 0 ติดต่อโอปะเรเตอร์
"สวัสดีครับ พอดีโทรไปฝ่ายบริการทั้ง 5 เบอร์ไม่มีใครรับเลย คือผมจะ.."
ไม่ทันจะพูดจบเธอก็สวนมาทันที
"เพิ่งดังเนี่ย จะว่าไม่รับได้ไง มีอะไรเหรอคะ"
อืม ประทับใจมาก!
เล่าอาการให้ฟัง เธอสรุปว่าต้องลองเอามาให้ช่างดูนะ ถ้าเสียจริงจะเปลี่ยนให้ (จะไปตอนเที่ยงก็ดันพักเที่ยงอีก)
ตกเย็นผมเลยเอาไปให้ที่ร้าน Comp Road ที่ผมซื้อมา ให้เค้าดู
"ให้ช่างเช็คดูก่อนนะคะ ถ้าอัพเฟิร์มแวร์มาแล้วก็เปลี่ยนให้ไม่ได้นะ ต้องส่งซ่อมตามปกติ"
ตามสบายเลยครับ จะนั่งเช็คนอนเช็คยังไงก็เอาเลย ไฟมันไม่เข้าครับ
ช่างก็ไปมุงกันใหญ่เลย ลองเปลี่ยน adaptor ลองเสียบสาย lan และอีกมากมาย
สรุปก็เปลี่ยนเครื่องใหม่มาให้ผม แถมยังบอกอีกว่า
"เนี่ย ขายไปตั้งหลายสิบเครื่อง นี่เป็นเครื่องแรกเลยนะเนี่ยที่มีปัญหา"
โธ่ แต่ผมใช้ ASUS สองเครื่องก็มีปัญหาทั้งสองเครื่องเลยครับ
เอากลับมาบ้าน ลง DD-WRT ก่อนเลย เพราะยังปลอบใจตัวเองว่า มันคงเป็นปัญหาเฉพาะเครื่องนั้น
ผลคือเหมือนเดิมทุกประการเลย
- ไฟ Wireless ไม่ติด
- จับสัญญาณไม่ดี ภาครับอ่อน
- เข้าหน้า login true ไม่ได้
- ชอบค้าง
เช้าวันต่อมา เอาทั้ง RT-N12 กับ WRT54GL มาลองที่ทำงานเลยครับ
เทียบกันจะๆไปเลย ว่าเสา 5bdi กับ 2dbi อันไหนมันจะเจ๋งกว่ากัน
ผลคือ ASUS ไม่สามารถ repeater สถานี true ได้เลยซักสถานีเดียว ทั้งๆที่ scan เจอ แต่ไม่ได้ WAN IP
ขณะที่ Linksys สามารถ repeat สัญญาณได้สบายๆ เปิดเครื่องแป้บเดียวก็จับสัญญาณได้แล้ว แม้ว่าจะ connect ได้ไม่เร็วนักก็ตาม
ดังนั้นผมจึงส่งต่อ RT-N12B1 ของผมไปให้กับท่านอื่นที่เค้าต้องการเรียบร้อยแล้ว
เพราะขืนมันยังอยู่ ไม่รู้ว่ามันจะพังอีกวันไหน
นี่เองที่ทำให้ผมเข็ดขยาดกับยี่ห้อ ASUS ไปอีกนาน
หมายเหตุ: ตัว Linksys ผมเปิด 24 ชม. มา 6 ปี ไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ
วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555
วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554
Modify ใส่ Internal HDD ให้กับ AZBox Ultra
สวัสดีครับ
ห่างหายไปนาน ช่วงน้ำท่วมก็มัวแต่เก็บของหนีน้ำ ตอนนี้น้ำลดแล้วขี้เกียจยกของลงซะงั้น
ไม่ค่อยได้ลองเล่นอะไรกับ AZBox เลย เพียงแต่ดูและอัดรายการเท่านั้นเอง
ความจริงโปรเจคโมดิฟายใส่ HDD นี้เริ่มมาหลายเดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำต่อเท่านั้นเอง
ก็กะว่าถ้าทำคราวนี้ไม่สำเร็จก็จะเลิกทำแล้ว แต่ปรากฏว่าทำสำเร็จ เลยมาบอกเล่าให้ท่านๆได้รับทราบกัน
เผื่อว่าใครสนใจอยากทำ

Background
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า AZBox Ultra ของจีนนั้นไม่มีฟังก์ชั่นสำหรับต่อ HDD แบบ SATA
จะมีก็เพียง USB มาให้ 2 ช่อง ซึ่งก็สามารถเอา HDD ไปเสียบได้เช่นกัน
แต่เมื่อไปพิจารณาแผงวงจรแล้ว จะพบว่ามีอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับ HDD ไม่ได้ใส่มาเพียง 3 ตัวเท่านั้น
จึงคิดว่าหากเพิ่มอุปกรณ์ 3 ตัวนี้เข้าไปแล้ว เครื่องน่าจะสามารถเอา HDD ไปต่อเข้าตรงๆได้
อุปกรณ์ 3 ตัวที่ว่าคือ 1)IC PATA<>SATA 2)Oscillator 3)Connector

Components
จากการลองผิดลองถูก เอา IC เบอร์ฺโน้นมาใส่เบอร์นี้มาใส่ก็พบว่ามันไม่ใช่ ไม่สามารถใช้งานได้
เพราะว่าอุปกรณ์รอบๆนั้นติดตั้งมาสำหรับ IC ที่ตรงเบอร์เท่านั้นก็คือ IC ของยี่ห้อ Marvell เบอร์ 88SA8052-NNC2
ส่วน Oscillator นั้นใช้ค่า 20MHz (3.3V) ขอให้เข้าใจตรงกันนะครับว่า Oscillator นั้นไม่ใช่ X-TAL และมันมี 4 ขา ในขณะที่ X-TAL ทั่วไปมีแค่ 2 ขา
ความจริง IC เบอร์นี้ก็สามารถใช้ X-TAL ได้ แต่ต้อง Config ยุ่งยาก(มาก)เพราะต้องไปบัดกรีที่บางขาของ IC ออกมา
ส่วน Connector นั้นก็เป็นแค่ SATA Connector ทั่วๆไปไม่มีอะไรพิเศษ
Resources
สำหรับ IC นั้นอาจจะหายากนิดนึง แต่มีขายแน่นอนในไทย ถ้าอยากรู้ว่ามีขายที่ไหน ลองถามกลับไปยังต้นทางของเครื่องที่ท่านซื้อมาครับ มีตัวแทนจำหน่ายในไทย
Oscillator ก็มีขายที่ร้านที่บ้านหม้อ, Connector ไม่รู้มีขายที่ไหนเพราะผมถอดออกมาจาก Motherboard เก่าๆของ PC
How to
การบัดกรี IC ก็ทำได้โดยใช้ลมร้อนเป่า หรือถ้าไม่มีก็ใช้หัวแร้งปลายแหลมๆบัดกรีทีละขาก็ได้ แต่ลมร้อนจะสะดวกและน่าเชื่อถือได้ที่สุด
เพียงแค่ใส่อุปกรณ์ให้ครบทั้ง 3 ตัว ตรวจสอบให้เรียบร้อย ต่อสายไปยัง HDD SATA หาที่จ่ายไฟให้ HDD เปิดเครื่อง ใช้ได้เลย
ถ้าใช้ HDD ตัวเล็กก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะสามารถใส่เข้าไปในเครื่องได้เลย มีพื้นที่เหลือเฟือ และ HDD ตัวเล็กก็ใช้ไฟเลี้ยง 5V อย่างเดียว
สามารถต่อไฟออกมาจาก Connector J30 (Pin 2) ได้เลย
แต่ถ้าใช้ HDD ตัวใหญ่จะมีปัญหา เพราะพื้นที่ไม่พอยัดเข้าไปในเครื่อง และไฟ 12V ก็ไม่รู้จะไปหามาจากไหน (ขี้เกียจไล่หาแล้ว)
อุปสรรคที่จะพบคือ
1. ตำแหน่งของ SATA Connector กับสายที่ออกจากตัวอ่าน card มันชิดกันมาก ครั้นจะถอดตัวอ่านการ์ดออกก็จะเกิดอาการเสียงสะดุด
แก้ไขได้โดยบัดกรีช๊อต(แทนสวิตช์เช็คการ์ด) หรือไม่ก็ยัดมันเข้าไปแน่นๆนั่นแหล่ะ
2. หาไฟ 12V เอานะครับ ถ้าจะใช้ HDD ตัวใหญ่ แต่ขา 4 ของ J30 ไม่ใช่ไฟ 12V แน่ๆ
3. ไม่รู้ว่า HDD มัน access อยู่มั้ย ไม่มีไฟแสดงผล กลัวไปเผลอปิดสวิตช์ตอนมันเขียนข้อมูลอยู่ ยุ่งเลย แต่ถ้าเป็น USB มันมีไฟสถานะให้ดู
4. ต้องหาวิธียึด HDD เอา อาจจะต้องเจาะฐานของ AZBox



ขอบคุณความอนุเคราะห์ IC จากท่านผู้มีน้ำใจครับ
ได้แรงบันดาลใจจากกระทู้นี้ http://thaidreambox.bayore.net/index.php?topic=13433.0
ห่างหายไปนาน ช่วงน้ำท่วมก็มัวแต่เก็บของหนีน้ำ ตอนนี้น้ำลดแล้วขี้เกียจยกของลงซะงั้น
ไม่ค่อยได้ลองเล่นอะไรกับ AZBox เลย เพียงแต่ดูและอัดรายการเท่านั้นเอง
ความจริงโปรเจคโมดิฟายใส่ HDD นี้เริ่มมาหลายเดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำต่อเท่านั้นเอง
ก็กะว่าถ้าทำคราวนี้ไม่สำเร็จก็จะเลิกทำแล้ว แต่ปรากฏว่าทำสำเร็จ เลยมาบอกเล่าให้ท่านๆได้รับทราบกัน
เผื่อว่าใครสนใจอยากทำ

Background
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า AZBox Ultra ของจีนนั้นไม่มีฟังก์ชั่นสำหรับต่อ HDD แบบ SATA
จะมีก็เพียง USB มาให้ 2 ช่อง ซึ่งก็สามารถเอา HDD ไปเสียบได้เช่นกัน
แต่เมื่อไปพิจารณาแผงวงจรแล้ว จะพบว่ามีอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับ HDD ไม่ได้ใส่มาเพียง 3 ตัวเท่านั้น
จึงคิดว่าหากเพิ่มอุปกรณ์ 3 ตัวนี้เข้าไปแล้ว เครื่องน่าจะสามารถเอา HDD ไปต่อเข้าตรงๆได้
อุปกรณ์ 3 ตัวที่ว่าคือ 1)IC PATA<>SATA 2)Oscillator 3)Connector

Components
จากการลองผิดลองถูก เอา IC เบอร์ฺโน้นมาใส่เบอร์นี้มาใส่ก็พบว่ามันไม่ใช่ ไม่สามารถใช้งานได้
เพราะว่าอุปกรณ์รอบๆนั้นติดตั้งมาสำหรับ IC ที่ตรงเบอร์เท่านั้นก็คือ IC ของยี่ห้อ Marvell เบอร์ 88SA8052-NNC2
ส่วน Oscillator นั้นใช้ค่า 20MHz (3.3V) ขอให้เข้าใจตรงกันนะครับว่า Oscillator นั้นไม่ใช่ X-TAL และมันมี 4 ขา ในขณะที่ X-TAL ทั่วไปมีแค่ 2 ขา
ความจริง IC เบอร์นี้ก็สามารถใช้ X-TAL ได้ แต่ต้อง Config ยุ่งยาก(มาก)เพราะต้องไปบัดกรีที่บางขาของ IC ออกมา
ส่วน Connector นั้นก็เป็นแค่ SATA Connector ทั่วๆไปไม่มีอะไรพิเศษ
Resources
สำหรับ IC นั้นอาจจะหายากนิดนึง แต่มีขายแน่นอนในไทย ถ้าอยากรู้ว่ามีขายที่ไหน ลองถามกลับไปยังต้นทางของเครื่องที่ท่านซื้อมาครับ มีตัวแทนจำหน่ายในไทย
Oscillator ก็มีขายที่ร้านที่บ้านหม้อ, Connector ไม่รู้มีขายที่ไหนเพราะผมถอดออกมาจาก Motherboard เก่าๆของ PC
How to
การบัดกรี IC ก็ทำได้โดยใช้ลมร้อนเป่า หรือถ้าไม่มีก็ใช้หัวแร้งปลายแหลมๆบัดกรีทีละขาก็ได้ แต่ลมร้อนจะสะดวกและน่าเชื่อถือได้ที่สุด
เพียงแค่ใส่อุปกรณ์ให้ครบทั้ง 3 ตัว ตรวจสอบให้เรียบร้อย ต่อสายไปยัง HDD SATA หาที่จ่ายไฟให้ HDD เปิดเครื่อง ใช้ได้เลย
ถ้าใช้ HDD ตัวเล็กก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะสามารถใส่เข้าไปในเครื่องได้เลย มีพื้นที่เหลือเฟือ และ HDD ตัวเล็กก็ใช้ไฟเลี้ยง 5V อย่างเดียว
สามารถต่อไฟออกมาจาก Connector J30 (Pin 2) ได้เลย
แต่ถ้าใช้ HDD ตัวใหญ่จะมีปัญหา เพราะพื้นที่ไม่พอยัดเข้าไปในเครื่อง และไฟ 12V ก็ไม่รู้จะไปหามาจากไหน (ขี้เกียจไล่หาแล้ว)
อุปสรรคที่จะพบคือ
1. ตำแหน่งของ SATA Connector กับสายที่ออกจากตัวอ่าน card มันชิดกันมาก ครั้นจะถอดตัวอ่านการ์ดออกก็จะเกิดอาการเสียงสะดุด
แก้ไขได้โดยบัดกรีช๊อต(แทนสวิตช์เช็คการ์ด) หรือไม่ก็ยัดมันเข้าไปแน่นๆนั่นแหล่ะ
2. หาไฟ 12V เอานะครับ ถ้าจะใช้ HDD ตัวใหญ่ แต่ขา 4 ของ J30 ไม่ใช่ไฟ 12V แน่ๆ
3. ไม่รู้ว่า HDD มัน access อยู่มั้ย ไม่มีไฟแสดงผล กลัวไปเผลอปิดสวิตช์ตอนมันเขียนข้อมูลอยู่ ยุ่งเลย แต่ถ้าเป็น USB มันมีไฟสถานะให้ดู
4. ต้องหาวิธียึด HDD เอา อาจจะต้องเจาะฐานของ AZBox



ขอบคุณความอนุเคราะห์ IC จากท่านผู้มีน้ำใจครับ
ได้แรงบันดาลใจจากกระทู้นี้ http://thaidreambox.bayore.net/index.php?topic=13433.0
วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554
เปรียบเทียบภาพระหว่าง AZBox กับ Dreambox
เป็นคลิปแบบ HD สามารถเปิดดูที่ 1080 ได้
ตำแหน่ง:
อัลจูฟราห์ ประเทศลิเบีย
เปรียบเทียบภาพระหว่าง AZBox กับ Openbox
คลิปแบบ HD สามารถเปิดดูที่ 1080 ได้
ตำแหน่ง:
Sprengisandsleið, ประเทศไอซ์แลนด์
วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554
AZBox: เปรียบเทียบระยะเวลาการบูตเครื่องระหว่าง E2 กับ OFW
จะเห็นได้ว่า E2 จะบูตช้ากว่านิดหน่อย (0.47 นาที กับ 1.30 นาที) แต่เมื่อใช้งานแล้วจะเปลี่ยนช่องได้เร็วกว่า
วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554
AZBox Ultra HD user review (ภาค 4.1 : Timeshift)
ฟังก์ชั่น Time Shift
การทำงานฟังก์ชั่นนี้ก็มีหลักการง่ายๆคือเครื่องจะบันทึก(ชั่วคราว)ไปด้วยตลอดเวลาที่เรากำลังนั่งดูอยู่
เราสามารถกด Pause เพื่อหยุดภาพชั่วขณะนั้น หรือว่าสามารถกดย้อนเวลากลับไปดูก่อนหน้านั้น
หรือว่าเดินหน้าไปได้(แต่ไม่เกินเวลาปัจจุบัน)
เหมือนเครื่องย้อนเวลาน่ะครับ
สะดวกดี เพราะบางทีดูรายการกำลังลุ้นๆดันปวดห้องน้ำซะนี่ ถ้าไม่มีฟังก์ชั่นนี้เมื่อวิ่งไปเข้าห้องน้ำ
ก็จะพลาดช๊อตเด็ด ซึ่งเมื่อเปิดฟังก์ชั่นนี้แล้ว คุณก็เพียงแค่ Pause ไว้ (หรือว่าปล่อยมันเล่นไปเรื่อยๆก็ได้)
เมื่อกลับออกจากห้องน้ำก็มาดูต่อจากจุดเดิมได้เลย
การใช้งานก็ง่ายๆ โดยในระหว่างดูรายการ ก็ให้กดปุ่ม Menu แล้วเลือกไปที่ Time Shift
จากนั้นก็เลือกให้มัน Enable (เลือก HDD ที่ต้องการ) แค่นั้นเอง
จะปิดการทำงานก็เพียงแค่เลือกที่ Cancel
เลือกที่ USB1-2 เพื่อเปิดฟังก์ชั่น Time Shift
ในระหว่างการใช้งานสามารถสั่งการหยุดภาพ เดินหน้า ถอยหลังได้
การทำงานฟังก์ชั่นนี้ก็มีหลักการง่ายๆคือเครื่องจะบันทึก(ชั่วคราว)ไปด้วยตลอดเวลาที่เรากำลังนั่งดูอยู่
เราสามารถกด Pause เพื่อหยุดภาพชั่วขณะนั้น หรือว่าสามารถกดย้อนเวลากลับไปดูก่อนหน้านั้น
หรือว่าเดินหน้าไปได้(แต่ไม่เกินเวลาปัจจุบัน)
เหมือนเครื่องย้อนเวลาน่ะครับ
สะดวกดี เพราะบางทีดูรายการกำลังลุ้นๆดันปวดห้องน้ำซะนี่ ถ้าไม่มีฟังก์ชั่นนี้เมื่อวิ่งไปเข้าห้องน้ำ
ก็จะพลาดช๊อตเด็ด ซึ่งเมื่อเปิดฟังก์ชั่นนี้แล้ว คุณก็เพียงแค่ Pause ไว้ (หรือว่าปล่อยมันเล่นไปเรื่อยๆก็ได้)
เมื่อกลับออกจากห้องน้ำก็มาดูต่อจากจุดเดิมได้เลย
การใช้งานก็ง่ายๆ โดยในระหว่างดูรายการ ก็ให้กดปุ่ม Menu แล้วเลือกไปที่ Time Shift
จากนั้นก็เลือกให้มัน Enable (เลือก HDD ที่ต้องการ) แค่นั้นเอง
จะปิดการทำงานก็เพียงแค่เลือกที่ Cancel
เลือกที่ USB1-2 เพื่อเปิดฟังก์ชั่น Time Shift
ในระหว่างการใช้งานสามารถสั่งการหยุดภาพ เดินหน้า ถอยหลังได้
ตำแหน่ง:
ลาว
วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554
AZBox Ultra HD: ได้ลองลง E2 แล้ว แจ่ม และไม่ยากอย่างที่คิดเลย
อ่านๆๆที่ท่านอื่นๆเขียนไว้ไม่กล้าจะลง E2 ซักที กลัว เพราะเค้าว่ารุ่นนี้เล่นยาก
แต่พอตัดสินใจลองลงดู ทำตามกระทู้ที่กึ่งๆจับมือทำในบอร์ด
มันก็ไม่ยากนี่หว่า แค่ให้ถูกขั้นตอนเท่านั้น
มีขั้นตอนอยู่แค่นี้เอง
1. โหลดไฟล์ที่จำเป็นมาแตกเก็บไว้ในเครื่อง
2. Up จาก Official firmware เป็น E2
3. ลงไฟล์เรียงช่อง
4. ลง Font ไทย
5. ลง Cam และใส่ข้อมูลบ้านเช่า
ทำที่ได้ลองเล่นดูแป้บนึง มีข้อดีที่กว่า OFW หลายข้อเลย เช่น
- เปลี่ยนช่องไว
- ภาษาไทยเรียกได้่ว่าสมบูรณ์
- เวลาบูตก็ไม่เห็นจะนานกว่า OFW ซักเท่าไหร่เลย (อย่าเอาไปเทียบกับ Openbox นะ)
- เล่น File media แจ่มมาก ถูกใจจริงๆ
- Youtube HD กันเลยทีเดียว
- เดี๋ยวจะโหลดบิตล่ะนะ หุหุ
ไว้มีเวลาว่างๆจะทำขั้นตอนแบบจับมือทำมาลงให้
ทำได้ทุกคนแน่นอน ขนาดผมยังทำได้ คุณจะทำไม่ได้เชียวรึ
เอา clip เปรียบเทียบคุณภาพของภาพ ระหว่าง OFW กับ E2 มาให้ดูครับ
คุณภาพไม่แตกต่าง แต่ E2 จะให้ภาพออกมาช้ากว่่า OFW
แต่พอตัดสินใจลองลงดู ทำตามกระทู้ที่กึ่งๆจับมือทำในบอร์ด
มันก็ไม่ยากนี่หว่า แค่ให้ถูกขั้นตอนเท่านั้น
มีขั้นตอนอยู่แค่นี้เอง
1. โหลดไฟล์ที่จำเป็นมาแตกเก็บไว้ในเครื่อง
2. Up จาก Official firmware เป็น E2
3. ลงไฟล์เรียงช่อง
4. ลง Font ไทย
5. ลง Cam และใส่ข้อมูลบ้านเช่า
เสร็จแล้ว
ถ้าไม่นับเวลาในขั้นตอนที่ 1 ใช้เวลารวมกันทั้งหมดไม่ถึงชั่วโมงเลย
ทำที่ได้ลองเล่นดูแป้บนึง มีข้อดีที่กว่า OFW หลายข้อเลย เช่น
- เปลี่ยนช่องไว
- ภาษาไทยเรียกได้่ว่าสมบูรณ์
- เวลาบูตก็ไม่เห็นจะนานกว่า OFW ซักเท่าไหร่เลย (อย่าเอาไปเทียบกับ Openbox นะ)
- เล่น File media แจ่มมาก ถูกใจจริงๆ
- Youtube HD กันเลยทีเดียว
- เดี๋ยวจะโหลดบิตล่ะนะ หุหุ
ไว้มีเวลาว่างๆจะทำขั้นตอนแบบจับมือทำมาลงให้
ทำได้ทุกคนแน่นอน ขนาดผมยังทำได้ คุณจะทำไม่ได้เชียวรึ
เอา clip เปรียบเทียบคุณภาพของภาพ ระหว่าง OFW กับ E2 มาให้ดูครับ
คุณภาพไม่แตกต่าง แต่ E2 จะให้ภาพออกมาช้ากว่่า OFW
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


